การสืบพยานบุคคลเพื่อแก้ไขข้อความในสัญญาขายที่ดินที่ระบุว่าขายสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ว่ามีเจตนาขายเฉพาะต้นผลไม้ไม่รวมบ้านเรือน รับฟังไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป
1. การสืบพยานบุคคลเพื่อแก้ไขข้อความในเอกสารต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 เว้นแต่มีกรณีเข้าใจผิดในสาระสำคัญ 2. เรือนเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อโอนที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานไป ทรัพย์ส่วนควบย่อมตกติดไปด้วย เว้นแต่จะได้จดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1410 และสิทธินี้ถ้ายังมิได้จดทะเบียนจะใช้ยัน
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยแพ้คดี
จำเลยขายที่ดินให้นายพ่วง โดยสัญญาระบุว่าขายสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินทั้งหมด ต่อมานายพ่วงขายที่ดินให้โจทก์ จำเลยรื้อเรือนและครัวไฟออก โดยอ้างว่ามิได้ขายเรือนด้วย โจทก์ฟ้องเรียกให้ปลูกเรือนคืนหรือใช้ค่าเสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2490นางทองคำ พินเพ็ชร์โจทก์นายอู๊ด อยู่เทศจำเลย ป.พ.พ. ม. 107, ม. 110, ม. 1299, ม. 1410. ป.วิ.พ. ม. 94. ป.ที่ดิน เรือนเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อโอนที่ดินไป เรือนย่อมตกติดไปด้วย เว้นแต่จะได้จดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดิน. สัญญาขายที่ดินมีข้อความว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินยอมขายให้ทั้งสิ้น ดังนี้จะขอสืบพะยานว่า ขายให้แต่สิ่งปลูกสร้างที่เป็นต้นผลไม้ไม่ใช่บ้านเรือนดังนี้ ไม่ได้ เป็นการการสืบแก้ไขพะยานเอกสาร.ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้แบ่งขายที่ดินให้แก่นายพ่วง,ที่ที่แบ่งขายนี้มีบ้านเรือนปลูกอยู่ด้วย เมื่อขายแล้ว จำเลยคงเช่าที่จากนายพ่วงทำนาต่อไป นายพ่วงขายนาแปลงนี้ให้โจทก์ จำเลยจึงรื้อเรือนแ+ะครัวไฟออกไปจากที่พิพาท โดยอ้างว่า จำเลยมิได้ขายเรือนและสิ่งปลูกสร้างด้วย โจทก์ฟ้องว่าเรือนนั้นนายพ่วงได้ขายให้โจทก์ด้วย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยปลูกเรือนตามสภาพเดิมหรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ศาลขั้นต้นฟังว่า ตามสัญญาขายที่ดินระหว่างจำเลยกับนายพ่วงและนายพ่วงกับโจทก์มีข้อความปรากฏชัดว่า ได้ขายสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินด้วย จึงต้องฟังว่า เรือนพิพาทซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างได้ขายไปด้วย พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ เมื่อพิเคราะห์การปฏิบัติของคู่สัญญาประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่าไม่ได้ขายเรือนพิพาทด้วย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารสัญญาปรากฏชัดแล้วว่าจำเลยได้ขายรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินด้วย กรณีไม่มีเรื่องเข้าใจผิดในสาระสำคัญว่า เรือนไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินฉะนั้นการที่จำเลยแก้ว่ามีเจตนาขายแต่สิ่งปลูกสร้างที่เป็นต้นผลไม้ ไม่มีเจตนาขายสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโรงเรือ