ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2506

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2506นายมนตรี บุตรไวยวุฒโจทก์นายสุชาติ ตันโพธิประสิทธิ์ล. ป.พ.พ. ม. 537, ม. 538, ม. 570 ป.วิ.พ. ม. 94 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 สัญญาเช่าที่ระบุว่า "เมื่อผู้เช่าต้องการห้องเช่าคืน หรือผู้เช่าต้องการคืนห้อง ทั้งสองฝ่ายจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 30 วัน" นั้นมีความหมายว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบอกเลิกสัญญาเช่า จะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 30 วัน การเช่าอสังหาริมทรัพย์ เมื่อสิ้นกำหนดเวลาการเช่า ผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินอยู่โดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วงกฎหมายถือว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลานั้น ข้อสัญญาบอกกล่าวเดิมก็ยังคงเป็นข้อสัญญาเช่ากันใหม่ต่อไปด้วย ฉะนั้น เมื่อผู้ให้เช่ามิได้บอกเลิกสัญญาก่อน ก็ต้องถือว่าสัญญาเช่านั้นยังคงมีอยู่ต่อกัน ผู้ให้เช่าจึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่า แม้คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าจะได้ลงมติให้ผู้ให้เช่าได้เข้าอยู่เองในห้องเช่า ก็เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเช่าต่อผู้เช่าก่อน ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 27/2505)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าบ้านโจทก์ สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว โจทก์มีความจำเป็นจะเข้าอยู่ในบ้านนี้ จำเลยเพิกเฉยและค้างชำระค่าเช่า ๑๑ เดือน จึงขอให้ขับไล่และให้ชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ และฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท และให้จำเลยชำระค่าเช่า ๑,๔๓๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๑๓๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้พร้อมกันประชุมใหญ่พิจารณาหนังสือสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยแล้ว เห็นว่าสัญญาข้อ ๗ ยังคงเป็นสัญญาเช่าในการเช่ากั