สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตามมาตรา 587 หรือไม่ และเมื่อผู้จ้างบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ผู้จ้างต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าจ้างตามสัญญา
สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะเป็นการตกลงรับทำการงานจนสำเร็จโดยลำพังตามความคิดของผู้รับจ้าง มิใช่สัญญาจ้างแรงงานตามมาตรา 575 เมื่อผู้จ้างบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ผู้จ้างต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 605 มิใช่ค่าจ้างตามสัญญา
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้เงิน 1,000 บาทแก่โจทก์
โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าจ้างว่าความ 20,000 บาท ตามสัญญาที่คุณหญิงทองคำ ผู้ปกครองนายจิรายุวัต ทำไว้กับโจทก์ โจทก์ดำเนินคดีไปหลายเรื่องยังไม่เสร็จ คุณหญิงทองคำถึงแก่กรรม จำเลยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของนายจิรายุวัต จำเลยปฏิเสธไม่ยอมให้โจทก์ดำเนินคดีต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2486นายไพฑูรย์ วิริยสิริโจทก์นายสิทธิ บุนนาค กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 575, ม. 587, ม. 605 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2477 สัญญาจ้างว่าความเปนสัญญาจ้างทำของตามมาตรา 587 เมื่อผู้จ้างว่าความบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ผู้จ้างว่าความจะต้องเสียค่าสินไหมทดแทนอันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น หาต้องรับผิดไช้เงินตามจำนวนค่าจ้างที่กำหนดไว้ไนสัญญาไม่ (อ้างดีกาที่ 382/2465)โจทฟ้องเรียกเงินค่าจ้างว่าความ ๒๐๐๐๐ บาท ตามสัญญาซึ่งคุนหยิงทองคำ ผู้ปกครองนายจิรายุวัตได้ตกลงทำไว้กับโจท โจทดำเนินคดีไปหลายเรื่องยังไม่ทันเส็ด คุนหยิงทองคำวายชนม์ จำเลยได้รับแต่งตั้งเปนผู้แทนโดยชอบธัมนายจิรายุวัตมีหน้าที่ต้องปติบัติตามสัญญา ที่คุนหยิงทองคำทำไว้กับโจท แต่จำเลยปติเสธไม่ยอมไห้โจทดำเนินคดีต่อไป และไม่จ่ายค่าจ้างไห้จึงขอไห้สาลบังคับ จำเลยไห้การปติเสธความรับผิด สาลชั้นต้นวินิฉัยว่า สัญญานั้นสมบูรน์โดยจำเลยเปนฝ่ายผิดสัญญา แต่ข้อที่โจทควนจะได้ค่าจ้างเท่าไดนั้น เห็นว่าโจทเรียกค่าจ้างแพงเกินไป จึงพิพากสาไห้จำเลยไช้เงิน ๑๐๐๐ บาท ทั้งสองฝ่ายอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสายืน โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่าสัญญาจ้างว่าความนี้ จัดหยู่ไนจำพวกสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ.มาตรา ๕๘๗ เพราะเปนการตกลงรับจะทำการงานจนสำเหร็ดโดยลำพังตามความคิดของผู้รับจ้าง ไม่ไช่เปนงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้างตามมาตรา ๕๗๕ และการจ้างทำของนี้ตามมาตรา ๖๐๕ เปนเรื่องที่ฝ่ายผิดสัญญาจะต้องเสียค่าสินไหมทดแทน มิไช่ว่าจะต้องรับผิดไช้เงินตามจำนวนค่าจ้างที่กำหนดไว้ไนสัญญา ด้วยเหตุนี้สาลจึงย่อมต้องคำนวนความเสียหายของโจทอันเกิดแต่การที่จำเลยเลิกสัญญานั้นคำพิพากสาดีกา ที่ ๓๘๒/๒๔๖๕ ความเสียหายของโจทนี้ โจทมิได้สืบแสดงไห้เห็นว่าได้เสียหายเปนจำนว