สัญญาจ้างทนายความโดยตกลงค่าจ้างเป็นจำนวนเงินไม่ว่าคดีจะเสร็จหรือไม่ ผู้ว่าจ้างถอนทนายในระหว่างคดี ไม่ถือว่าทนายผิดสัญญา และการที่ทนายไปเป็นทนายให้ผู้อ
เมื่อตกลงจ้างทนายฟ้องคดีเป็นจำนวนหนึ่ง โดยไม่คำนึงว่าคดีจะดำเนินไปเสร็จหรือไม่ หากผู้จ้างมาถอนทนายในระหว่างคดี ก็ไม่ถือว่าทนายเป็นฝ่ายผิดสัญญา และลดค่าจ้างมิได้ แม้ทนายที่จ้างไปนั้นเป็นทนายให้ผู้อื่นมาฟ้องผู้ว่าจ้าง ก็ไม่ถือว่าทนายผิดสัญญา เป็นเรื่องเกี่ยวแก่มรรยาทต่างหาก
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยจ้างโจทก์เป็นทนายฟ้องคดีของ ซ. โดยตกลงค่าจ้าง 15,000 บาท ไม่ว่าคดีจะเสร็จหรือไม่ ต่อมาจำเลยขอถอนโจทก์ออกจากการเป็นทนายในวันนัดพิจารณา จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาจ้างเป็นสัญญาจ้างทำของและโจทก์เป็นปฏิปักษ์โดยรับเป็นทนายฟ้องจำเลยให้เลิกกิจการบริษัท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2493นายไล่อัน สิริสิงห์โจทก์บริษัทการบินแปซิฟิคโอเวอร์ซีส์(สยาม) จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 575, ม. 587 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2477 การที่ตกลงจ้างทนายฟ้องคดีเป็นจำนวนหนึ่ง โดยไม่คำนึงว่าคดีจะดำเนินไปเสร็จหรือไม่ หากผู้จ้างมาถอนทนายนั้นเสียในระหว่างคดี ก็ไม่ถือว่าทนายเป็นฝ่ายผิดสัญญา และลดค่าจ้างมิได้ แม้ทนายที่จ้างไปนั้น เป็นทนายให้ผู้อื่นมาฟ้องผู้ว่าจ้างเป็นจำเลยให้เลิกกิจการบริษัท ดังนี้ก็ไม่ถือว่าทนายนั้นผิดสัญญาเป็นเรื่องเกี่ยวแก่มรรยาทต่างหากโจทก์ฟ้องวา จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นทนายฟ้อง ซ. โดยตกลงค่าจ้างเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ว่าจำเลยจะยอมให้โจทก์ว่าความจนเสร็จหรือไม่ก็ตาม โจทก์ได้ยื่นฟ้อง ซ.แล้วในวันนัดพิจารณา จำเลยกลับแถลงต่อศาลขอถอนโจทก์ออกจากเป็นทนายจำเลย ค่าจ้างที่ค้างอยู่เมื่อหักกับเงินค่าใช้จ่ายที่จำเลยมอบให้ ซึ่งคงเหลืออยู่ที่โจทก์แล้ว จำเลยต้องชำระให้โจทก์อีก๖,๕๔๖ บาท ๖๐ สตางค์ จำเลยต่อสู้ว่า สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งต้องรับทำการจนสำเร็จ และในระหว่างดำเนินคดีโจทก์กลับเป็นปฏิปักษ์จำเลย โดยโจทก์รับเป็นทนายของบริษัท ท. ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยให้เลิกจากการกิจการบริษัทและอื่น ๆ หลายประการ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์สืบได้ความชัดว่าจำเลยได้ตกลงจ้างโจทก์เป็นทนายฟ้อง ซ.ค่าจ้าง ๑๕,๐๐๐ บาทโดยไม่คำนึงว่าคดีจะดำเนินไปเสร็จหรือไม่ ฉะนั้นการที่จำเลยมาถอนโจทก์มิให้เป็นทนายต่อไป จะถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือลดค่าจ้างมิได้ เห็นพ้องตามศาลล่าง ส่วนข้อที่จำเลยถอนโจทก์เพราะไม่ไว้ใจด้วยเหตุที่โจทก์ไปเป็นทนายให้บริษัท ท.ฟ้องจำเลยให้เ