ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2493

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการชำระเงินกินเปล่าตามสัญญาเช่า และการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489

หลักกฎหมาย

ตามสัญญาเช่าที่กำหนดให้ผู้เช่าชำระเงินกินเปล่าครึ่งหนึ่งเมื่อผู้ให้เช่าส่งมอบห้องได้ก่อนกำหนด ผู้เช่าต้องชำระตามสัญญาเมื่อมีการส่งมอบบางส่วนก่อนกำหนด การเรียกเงินกินเปล่าในตอนเริ่มแรกเช่าไม่ใช่การเพิ่มค่าเช่า จึงไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ และเมื่อเลิกสัญญา สิทธิและหนี้ที่มีอยู่ตามสัญญายังค

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงิน 9,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทำสัญญาเช่าห้องแถว 6 ห้อง โดยยอมเสียเงินกินเปล่า 23,000 บาท ชำระแล้ว 4,000 บาท และสัญญาว่าถ้าโจทก์ส่งมอบห้องได้ก่อนกำหนด จำเลยจะชำระเงินกินเปล่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ค้าง ต่อมาโจทก์ส่งมอบห้อง 2 ห้องก่อนกำหนด จำเลยเข้าอยู่ แต่ไม่ชำระเงินกินเปล่าส่วนที่เหลือ โจทก์บอกเลิกสัญญาและฟ้องเรียกเงินกินเปล

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2493นายฉอ้อน รามโกมุทโจทก์นายกุมารจำเลย ป.พ.พ. ม. 391, ม. 537 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.วิ.พ. ม. 226ข้อความในสัญญาจะเช่ามีว่าถ้าผู้ให้เช่าส่งมอบห้องเช่าให้ผู้เช่าได้ก่อน กำหนดบ้างแล้วผู้เช่าจะชำระเงินกินเปล่าที่ค้างอีกครึ่งหนึ่งให้ ดังนี้ เมื่อผู้ให้เช่าได้จัดการส่งมอบห้องเช่าบางห้องให้ผู้เช่าอยู่ได้ก่อนกำหนดแล้ว ผู้เช่าก็ต้องชำระเงินกินเปล่าอีกครึ่งหนึ่งแก่ผู้ให้เช่าตามที่สัญญาไว้ ทำสัญญาให้เช่าเคหะโดยเรียกกินเปล่าโดยตอนเริ่มแรกเช่านั้น ไม่ใช่เป็นการเรียกเงินค่ากินเปล่าอันเป็นการพิ่มค่าเช่า จึงไม่ขัดกับ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2488 มาตรา 10,11 ศาลชั้นต้นกะประเด็นให้สืบพยานเฉพาะประเด็นข้อเดียวจำเลยประสงค์จะสืบพยานในประเด็นข้ออื่น แต่ก็หาได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้ตาม ป.วิ.แพ่งม.226 จำเลยจะมาโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ได้ จะขอสืบพยานในข้อนี้ก็ไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ จำเลยได้ทำสัญญาเช่าห้องแถวหมายเลข ๙๓๓,๙๓๕,๙๓๗,๙๓๙,๙๔๑,๙๔๓ ของโจทก์ โดยยอมเสียเงินกินเปล่าให้โจทก์ ๒๓,๐๐๐ บาท ค่าเช่าห้องละ ๔๕ บาทต่อเดือน โดยโจทก์จะส่งมอบห้องให้จำเลยภายใน ๔๕ วัน จำเลยได้ชำระเงินค่ากินเปล่าแล้ว ๔,๐๐๐ บาท และสัญญาว่าถ้าโจทก์ส่งมอบห้องให้จำเลยได้บ้างก่อนกำหนดเวลาแล้ว จำเลยจะใช้เงินกินเปล่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ค้างอยู่ ต่อมาในเดือนธันวาคม ๒๔๘๔ โจทก์ได้จุดการมอบห้องให้จำเลยได้ ๒ ห้อง คือหมายเลข ๙๓๓-๙๓๕ จำเลยได้เข้าอยู่ตั้งแต่นั้นมา จำเลยได้ผ่อนชำระค่าเช่า ๓๐๐ บาท ยังค้างอยู่ ๒,๒๒๐ บาท ส่วนเงินกินเปล่าแก่โจทก์ โจทก์ทวงถาม จำเลยบิดพลิ้วไปต่าง ๆ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและบอกให้จำเลยชำระค่าเช่าและเงินกินเปล่าท