การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
สรุปประเด็น
การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม คือการที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานโดยไม่มีเหตุผลสมควรและเพียงพอ เมื่อพิจารณาเหตุของการเลิกจ้างและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง กฎหมายเปิดทางให้ศาลแรงงานสั่งรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน หรือกำหนดค่าเสียหายแทนได้ตามกรณี การคุ้มครองนี้รวมถึงลูกจ้างที่อยู่ระหว่างทดลองงานด้วย แต่ การถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ทำความผิด ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมทุกกรณี เพราะนายจ้างอาจมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจที่สมควรและเพียงพอได้ (ฎีกาที่ 1353/2542 ซึ่งวินิจฉัยตามมาตรา 49)
กฎหมายที่ใช้บังคับ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 — กำหนดวิธีเยียวยาเมื่อศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานโดยได้รับค่าจ้างอัตราเดิมได้ หากทั้งสองฝ่ายไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไป ศาลจะกำหนดค่าเสียหายโดยพิจารณาอายุ อายุงาน ความเดือดร้อน เหตุเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่มีสิทธิได้รับ มาตรานี้ไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (อ่านฎีกาที่ 1353/2542 ซึ่งวินิจฉัยตามมาตรา 49)
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 — กำหนด ค่าชดเชย (เงินที่นายจ้างต้องจ่ายแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างตามเงื่อนไขกฎหมาย) สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป โดยมีอัตราตามอายุงานตั้งแต่ค่าจ้าง 30 วัน ถึง 400 วัน แต่มีข้อยกเว้นตามมาตรา 119 และข้อยกเว้นสำหรับสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาที่เข้าเงื่อนไขเฉพาะ (ตัวบทมาตรา 118)
มาตรา 119 — ระบุเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เช่น ทุจริต จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทจนเกิดความเสียหายร้ายแรง ฝ่าฝืนคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายตามเงื่อนไขของมาตรา 119 (4) ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุสมควร และกรณีได้รับโทษจำคุกตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด นายจ้างต้องแจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุเลิกจ้างเมื่อเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นมาอ้างภายหลังเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ (ตัวบทมาตรา 119)
มาตรา 17 — วางหลักการบอกเลิกสัญญาจ้างล่วงหน้าสำหรับสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลา รวมทั้งสัญญาทดลองงาน โดยมีข้อยกเว้นเมื่อเป็นการเลิกจ้างด้วยเหตุตามมาตรา 119 หรือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 (ป.พ.พ. มาตรา 582 ว่าด้วยการบอกกล่าวเลิกสัญญา)
เงื่อนไขและข้อยกเว้น
ลูกจ้างทดลองงาน: การทดลองงานไม่ตัดสิทธิตามกฎหมายแรงงาน หากถูกเลิกจ้างหลังทำงานครบ 120 วันและไม่มีข้อยกเว้น นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 และโดยทั่วไปต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 ด้วย อย่างไรก็ดี การไม่ผ่านการประเมินที่เป็นเหตุสมควรไม่ได้ทำให้การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมโดยอัตโนมัติ (มาตรา 17 (ดู ป.พ.พ. มาตรา 582 ประกอบ); มาตรา 118; ฎีกาที่ 2364/2545)
ความผิดตามมาตรา 119 (4): การฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งต้องเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยทั่วไปต้องมีหนังสือเตือนก่อนและมีการกระทำผิดซ้ำตามเงื่อนไข หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่กระทำผิดครั้งที่เตือน กรณีร้ายแรง ไม่ต้องเตือนก่อน แต่ต้องมีข้อเท็จจริงรองรับว่าร้ายแรงจริง ทั้งนี้ การไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยกับการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นคนละประเด็นที่ต้องวินิจฉัย (มาตรา 119 (4); ฎีกาที่ 1458/2524 ซึ่งพิจารณาเหตุเลิกจ้างตามข้อเท็จจริง)
การปิดกิจการหรือลดพนักงาน: การปิดกิจการไม่ได้ทำให้นายจ้างพ้นหน้าที่จ่ายค่าชดเชยโดยอัตโนมัติ เพราะมาตรา 118 ครอบคลุมกรณีลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเนื่องจากนายจ้างดำเนินกิจการต่อไม่ได้ ส่วนความเป็นธรรมต้องพิจารณาความจำเป็นและความเพียงพอของเหตุเลิกจ้างเป็นรายกรณี เช่น ภาวะยอดสั่งซื้อลดลงและการคัดเลือกพนักงานโดยไม่กลั่นแกล้ง (มาตรา 118; ฎีกาที่ 1353/2542)
สัญญาจ้างครบกำหนด: สัญญาที่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดจริงย่อมสิ้นสุดโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 แต่ การยกเว้นค่าชดเชยไม่ครอบคลุมสัญญามีกำหนดเวลาทุกฉบับ ต้องเป็นงานโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติ งานครั้งคราว หรืองานตามฤดูกาล ซึ่งแล้วเสร็จภายใน 2 ปีและทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้างตามมาตรา 118 การระบุวันสิ้นสุดในสัญญาเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ (มาตรา 17 (ดู ป.พ.พ. มาตรา 582 ประกอบ); มาตรา 118)
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
ฎีกาที่ 1353/2542 (ปี 2542): ศาลวินิจฉัยว่าการลดพนักงานจากภาวะเศรษฐกิจและยอดสั่งซื้อที่ลดลง โดยใช้เกณฑ์คัดเลือกที่ทุกฝ่ายยอมรับและไม่กลั่นแกล้ง เป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุจำเป็นเพียงพอ ไม่ถือว่าไม่เป็นธรรม คดีนี้แสดงว่าการไม่ได้กระทำผิดมิได้ทำให้การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเสมอไป (อ่านคำพิพากษาใน RooZy)
ฎีกาที่ 2364/2545 (ปี 2545): ศาลวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงานเพราะผลปฏิบัติงานไม่เป็นที่น่าพอใจตามข้อเท็จจริงของคดีไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่ข้อตกลงไม่บอกกล่าวล่วงหน้าใช้ตัดสิทธิตามมาตรา 17 ไม่ได้ คดีนี้ช่วยแยกประเด็นความเป็นธรรมออกจากสิทธิได้รับเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (อ่านคำพิพากษาใน RooZy)
ฎีกาที่ 849/2544 (ปี 2544): ศาลวินิจฉัยว่าสัญญาจ้างที่ระบุวันสิ้นสุดไว้ ไม่ทำให้นายจ้างพ้นหน้าที่จ่ายค่าชดเชย หากลักษณะงานไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นตามกฎหมายที่ใช้ในคดีนี้ แนวพิจารณาสอดคล้องกับเงื่อนไขเรื่องงานมีกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 118 (อ่านคำพิพากษาใน RooZy)
ฎีกาที่ 1458/2524 (ปี 2524): นายจ้างเลิกจ้างโดยอ้างว่าลูกจ้างทำลายทรัพย์สินเพราะฉีกใบเตือนที่มอบให้ตนแล้ว ศาลเห็นว่าเอกสารฉบับนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่นายจ้างอ้างว่าถูกทำลาย จึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม คดีนี้แสดงว่าต้องตรวจสอบเหตุเลิกจ้างที่นายจ้างระบุเทียบกับข้อเท็จจริง (อ่านคำพิพากษาใน RooZy)