ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2539

ประเด็นกฎหมาย

ศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าทนายความประพฤติผิดมรรยาททนายความเพื่อความรับผิดทางแพ่งในกรณีละเมิดหรือไม่ และทนายความที่ทอดทิ้งคดีลูกความต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหา

หลักกฎหมาย

แม้ พ.ร.บ. ทนายความ พ.ศ.2528 จะบัญญัติถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการมรรยาททนายความไว้โดยเฉพาะ แต่ก็มิได้บัญญัติห้ามศาลที่จะวินิจฉัยว่าทนายความผู้มีพฤติกรรมที่ขัดต่อมรรยาททนายความตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 เป็นผู้ประพฤติผิดมรรยาททนายความ เพื่อวินิจฉัยความรับผิดทางแพ่งในกรณีละ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งสองเป็นทนายความที่โจทก์แต่งตั้งให้ว่าความในคดีแพ่ง ต่อมาจำเลยทั้งสองทอดทิ้งคดี ทำให้โจทก์แพ้คดี โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2539นางเยาวลักษณ์ วณิชย์เศรษฐ์โจทก์นายสถาพร ยศธแสนย์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 60 วรรคหนึ่ง, ม. 62, ม. 142, ม. 249 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 แม้ พ.ร.บ. ทนายความ พ.ศ.2528 จะได้บัญญัติถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการมรรยาททนายความไว้โดยเฉพาะแล้ว แต่ก็มิได้บัญญัติห้ามศาลที่จะวินิจฉัยว่าทนายความผู้มีพฤติกรรมที่ขัดต่อมรรยาททนายความตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 เป็นผู้ประพฤติผิดมรรยาททนายความ เพื่อวินิจฉัยความรับผิดทางแพ่งในกรณีละเมิด การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า จำเลยทั้งสองประพฤติผิดข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 หมวด 3 ข้อ 12 (1) ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็มีอำนาจที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ไม่เป็นการก้าวล่วงอำนาจของคณะกรรมการมรรยาททนายความของสภาทนายความ แม้จำเลยทั้งสองจะเป็นลูกจ้างของบริษัท บ. และรับเข้าเป็นทนายความแก้ต่างให้โจทก์ในคดีแพ่ง ในฐานะลูกจ้างของบริษัท บ. ก็ตาม แต่การที่โจทก์ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความ แต่งตั้งให้จำเลยทั้งสองเป็นทนายความแก้ต่างให้ในคดีแพ่งดังกล่าว โดยนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 60 วรรคหนึ่งถือได้ว่าโจทก์ได้แต่งตั้งจำเลยทั้งสองเป็นทนายความว่าความให้แล้ว จำเลยทั้งสองมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแทนโจทก์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 62เมื่อจำเลยทั้งสองทอดทิ้งคดีของโจทก์ ทำให้โจทก์ตกเป็นผู้แพ้คดีโดยความผิดของจำเลยทั้งสอง โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายเอาจากจำเลยทั้งสองได้ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีอำนาจวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองประพฤติผิดมรรยาททนายความฐานท