การไม่หยิบยกปัญหาคำสั่งระหว่างพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ทำให้ถูกห้ามฎีกา และการขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ต้องเสียค่าศาลเป็นเงิน
การไม่โต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ทำให้ถูกห้ามฎีกาตาม ม.249 และคำขอให้พิจารณาคดีใหม่เป็นทุกข์ที่ไม่คำนวณเป็นราคาเงิน ต้องเสียค่าศาล 200 บาท
พิพากษายืนตามศาลล่าง โดยโจทก์ถูกห้ามฎีกาในประเด็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และต้องเสียค่าศาลสำนวนละ 200 บาท
โจทก์ยื่นบัญชีพยานล่าช้า ศาลไม่รับ โจทก์ไม่โต้แย้งในอุทธรณ์ แต่ฎีกาขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยมิได้ขอให้ชนะคดี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3148 - 3149/2533บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยเงินทุน จำกัดโจทก์นางสำราญ กาแก้วผู้ร้องนายสุรจิตต์ มะลิแก้ว กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 88, ม. 95, ม. 226, ม. 249, ม. 288, ตาราง 1 ข้อ 2 (ขคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับบัญชีระบุพยานของโจทก์ และไม่อนุญาตให้โจทก์สืบพยานเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 แม้โจทก์จะได้ยื่นคำแถลงแจ้งเหตุขัดข้องและจำเป็นที่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนด และขอยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลชั้นต้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226(2)แล้วก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มิได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวมาในชั้นอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 แม้ผู้ร้องจะนำสืบพยานฝ่ายเดียว แต่ถ้าเป็นพยานที่มีน้ำหนักและเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ ศาลก็ย่อมจะรับฟังพยานเช่นว่านั้นแล้ววินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีได้ โจทก์ฎีกาเพียงแต่ขอให้พิจารณาคดีใหม่ มิได้ฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลสำนวนละ 200 บาท ตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง 1 ข้อ 2(ข).(อุไร คังคะเกตุ-ไมตรี กลั่นนุรักษ์-สุวิทย์ ธีรพงษ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ